ล้อรถเข็นแบบไหน เหมาะสำหรับรถเข็นอุตสาหกรรม
ล้อรถเข็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ทรงพลังในการรองรับน้ำหนักในงานอุตสาหกรรม
ในโรงงานอุตสาหกรรมความรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญของกระบวนการทำงานยิ่งสามารถทำให้กระบวนการทำงานรวดเร็วมากเท่าไรจะยิ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันในตลาดได้ดียิ่งขึ้น ล้อรถเข็นอุตสาหกรรม จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความรวดเร็วให้กับธุรกิจ ล้อรถอุตสาหกรรม เป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่นิยมติดตั้งที่ฐานของวัตถุที่มีขนาดใหญ่ หรือใช้ติดกับยานพาหนะที่ใช้ในการเคลื่อนย้าย เช่น รถเข็นประเภทต่าง ๆ ลักษณะของล้อรถเข็นอุตสาหกรรมจะมีทั้งทรงกลมและทรงกระบอกที่สามารถกลิ้งบนพื้นได้ดี ล้อรถเข็นสามารถผลิตได้จากหลายวัสดุ เช่น พลาสติก, ไนล่อน, ยูรีเทน, ยางธรรมชาติ, เหล็กหล่อ, สแตนเลส ฯลฯ โดยวัสดุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันจึงทำให้การนำไปใช้งานแตกต่างด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นล้อรถเข็นในงานอุตสาหกรรมยังต้องมีการคำนวณความสามารถในการรับน้ำหนักของล้อรถเข็น เนื่องจากล้อรถเข็นมีหลายขนาดให้เลือกใช้งาน รวมไปถึงรูปแบบของล้อรถเข็นแต่ละแบบเช่น ล้อเป็น ล้อตาย อุปกรณ์เสริมที่ใช้ในการติดตั้งล้อรถเข็นทั้งหมดเป็นองค์ประกอบในการเลือกใช้ล้อรถเข็นในงานอุตสาหกรรมที่ต้องคำนึงถึงเพราะจะทำให้การเคลื่อนย้ายสินค้ามีประสิทธิภาพและปลอดภัยในการใช้งาน
องค์ประกอบในการเลือกล้อรถเข็นสำหรับงานอุตสาหกรรม ประเภทและชนิดของล้อรถเข็น
1. ชนิดของล้อรถเข็น
- ล้อรถเข็นชนิดแบบตายตัว เป็นล้อรถเข็นที่สามารถเดินหรือถอยหลังได้เท่านั้นไม่สามารถหมุนได้ 360 องศา มีโครงสร้างยึดคงที่เป็น เป็นล้อรถเข็นที่มีความแข็งแรงกว่าล้อชนิดอื่น รับน้ำหนักมาก ๆ ได้ เหมาะกับงานขรุขระ งานกลางแจ้ง โดยส่วนใหญ่ล้อรถเข็นชนิดนี้จะเลือกใช้งานติดร่วมกับล้อรถเข็นแบบหมุน เพื่อให้มีทิศทางในการเคลื่อนที่ที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น และยังสามารถบังคับทิศทางได้ง่าย
- ล้อรถเข็นแบบหมุน เป็นล้อรถเข็นที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถหมุนได้รอบทิศทาง 360 องศา เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ สะดวกสบาย และคล่องตัว โดยสามารถพบเห็นได้ง่ายในรถเข็นช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า, รถเข็นที่ใช้ขนสินค้าในโกดังสินค้า หรือรถเข็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลเป็นต้น 1.3 ล้อรถเข็นแบบเบรก จะมีเบรกเป็นองค์ประกอบในการติดตั้งล้อเพื่อให้ล้อหยุดการเคลื่อนที่ได้ทันทีตามที่ต้องการ โดยเฉพาะเมื่อต้องเคลื่อนย้ายสิ่งของที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากที่มีการควบคุมทิศทางได้ยาก ล้อรถเข็นแบบเบรกจะช่วยให้สามารถควบคุมได้ง่ายยิ่งขึ้นและช่วยสร้างความปลอดภัยในการเคลื่อนย้าย ซึ่งเบรกของล้อรถเข็นยังมีหลากหลายแบบให้เลือกใช้งาน เช่น เบรกด้านข้าง, เบรกหน้าสัมผัส หรือเบรกล็อก 2 จังหวะ เป็นต้น
2. รูปแบบการติดตั้งล้อรถเข็น
- ล้อรถเข็นแบบขาแป้น หรือแบบแผ่นเพลทมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีการเจาะรูทั้ง 4 ด้านและใช้สกรูเพื่อยึดติดกับฐานของยานพาหนะซึ่งล้อรถเข็นแบบเพลทมีทั้งแบบที่หมุนปรับทิศทางได้และหมุนปรับทิศทางไม่ได้ การติดตั้งล้อรถเข็นแบบเพลทจะมีความแข็งแรง มั่นคง ไม่ทรุดตัวง่าย รองรับน้ำหนักได้ดี ล้อรถเข็นขาแป้นเหมาะสำหรับใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เคลื่อนย้ายขนาดใหญ่, เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก ๆ หรือรถเข็นอุตสาหกรรมทั่วไป
- ล้อรถเข็นแบบเกลียว หรือแบบแกนเกลียวโดยทั่วไปมีอยู่ 2 แบบ คือ ล้อรถเข็นแบบสกรูและล้อรถเข็นแบบรูเจาะทะลุซึ่งทั้ง 2 แบบนี้เป็นวิธีติดตั้งแบบขันเกลียวทั้งคู่ ล้อรถเข็นแบบสกรู จะมีแท่งเกลียวโผล่ขึ้นมาจากบริเวณฐานล้อรถเข็นโดยจะยึดกับโครงสร้างเครื่องจักรที่มีรูเกลียวอยู่ด้านล่าง ส่วนล้อรถเข็นแบบรูเจาะทะลุจะเป็นแผ่นเพลทที่มีรูขนาดใหญ่ 1 รู มีไว้สำหรับร้อยโบลท์จากด้านล่างของฐานล้อรถเข็นเพื่อนำไปประกอบกับชิ้นงานและใช้แหวนรองร่วมกับนอตเพื่อยึดล้อรถเข็นเข้ากับยานพาหนะหรือสินค้าที่ต้องการเคลื่อนย้าย โดยส่วนมากล้อรถเข็นขาเกลียวจะนำมาใช้ยึดร่วมกับเหล็กฉากเพื่อให้เกิดความแข็งแรงและคงทนมากขึ้น เหมาะสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ต้องการรับน้ำหนักมาก หรือรถเข็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลาง แต่ถ้าหากต้องการให้ล้อรถเข็นชนิดนี้สามารถรองรับน้ำหนักได้มากขึ้นควรเลือกขนาดล้อขาเกลียวที่มีความยาวมากขึ้น
- ล้อรถเข็นแบบปลั๊กอิน เป็นการติดตั้งแบบสวมหรือแบบเสียบเข้าไป รูปทรงภายนอกคล้ายกับล้อรถเข็นแบบขาเกลียว แต่ชิ้นส่วนที่ใช้ยึดเข้ากับวัตถุจะเป็นเดือยหรือแกนแหวนล็อก สามารถติดตั้งโดยการใช้เครื่องมือตอกอัดเข้ากับชิ้นงานได้ทันที การติดตั้งสะดวกและรวดเร็วมากกว่าแบบขาเกลียวและแบบขาแป้น เหมาะสำหรับรองรับงานที่มีน้ำหนักไม่มาก เช่น เก้าอี้ ชั้นวางของ หรือรถเข็น แค่ถ้าหากต้องการเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนักก็ต้องเลือกใช้ล้อรถเข็นที่มีขนาดใหญ่และเพิ่มความยาวของแกนจะทำให้รับน้ำหนักได้มากขึ้น
3. ประเภทของล้อรถเข็น
- ล้อรถเข็นยางธรรมชาติ จะมีความยืดหยุ่นสูงจึงทำให้ไม่มีเสียงเวลาเข็นและไม่ทำให้พื้นเกิดเป็นรอย เหมาะสำหรับใช้เข็นบนพื้นไม้, พื้นกระเบื้อง, พื้นเซรามิก, หินอ่อน และคอนกรีต ซึ่งล้อยางธรรมชาติมีทั้งสีดำและสีเทา สีดำเหมาะสำหรับงานทั่วไป สีเทาเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการความสะอาด เช่น โรงแรม, โรงพยาบาล, โรงอาหาร
- ล้อรถเข็นยางสังเคราะห์ มีความทนทานสูง มีเสียงรบกวนในการเคลื่อนที่ต่ำ และไม่ก่อให้เกิดรอยบนพื้น มีความทนทานต่อสารเคมี น้ำ และน้ำมัน ใช้งานบนพื้นพรมได้ดีเหมาะสำหรับใช้งานเฟอร์นิเจอร์ รถเข็นสำนักงาน ฯลฯ
- ล้อรถเข็นไนล่อน มีความแข็งแแรง ไม่แตกหักได้ง่าย ไม่เกิดการยุบตัว ล้อไนล่อนมีสีขาวจึงไม่ทิ้งรอยสกปรกบนพื้นผิว สามารถทนทานต่อความร้อน ความเย็น สารเคมี และการกัดกร่อนได้ดี สามารถใช้งานในพื้นที่ที่มีน้ำขังหรือเปียกชื้นได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถนำไนล่อนไปผสมกับแก้วโบโรซิลิเกต เพื่อให้ล้อรถเข็นสามารถทนอุณหภูมิสูงได้ เหมาะสำหรับใช้ในงานที่ต้องรับน้ำหนักขณะหยุดนิ่งเป็นเวลานาน เหมาะกับพื้นที่อยู่กลางแจ้งและพื้นขรุขระ เช่น ผิวคอนกรีต กระเบื้องเนื้อแข็ง นิยมใช้ในห้องเย็น, โรงพยาบาล, โรงอาหาร, รถเข็นอุตสาหกรรม หรือชั้นวางของ
- ล้อรถเข็นยูรีเทน มีคุณสมบัติที่โดดเด่นในการทนต่อการฉีกขาด สามารถรับน้ำหนักมาก ๆ ได้ ล้อยูรีเทนไม่ทำให้พื้นเป็นรอยขีดข่วนในขณะใช้งาน มีความยืดหยุ่นสูง รองรับแรงกระแทกได้ดี มีน้ำหนักเบา และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานในสภาพแวดล้อมที่เหมือนกันเมื่อเทียบกับล้อยางชนิดอื่น สามารถใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร หรือในพื้นผิวที่หยาบ ผิวขรุขระ และมีเศษวัสดุแหลมคม
- ล้อรถเข็นพีพี มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา มีความเหนียว ทนต่อแรงกระแทก ทนต่อความร้อน สามารถทนต่ออุณหภูมิในการฆ่าเชื้อได้ ทนทานต่อจาระบีและน้ำมันต่าง ๆ ไม่ก่อให้เกิดรอยบนพื้นและไม่เสียรูปได้ง่ายเหมาะสำหรับ งานในโรงแรม โรงพยาบาลและสถานที่ที่ต้องการความสะอาดเป็นอย่างมาก
- ล้อรถเข็นเหล็ก มีความแข็งแรงและทนทานสูง ทนต่อแรงกระแทก รองรับงานหนักได้ดีสามารถใช้ได้ทั้งพื้นเรียบ พื้นผิวหยาบและพื้นผิวขรุขระเหมาะในการใช้งานนอกอาคาร งานกลางแจ้ง และอุตสาหกรรมหนัก ไม่ควรใช้กับพื้นไม้ พื้นกระเบื้อง หรือพื้นหินอ่อน เพราะจะทำให้เป็นรอย และเกิดการเสียหายได้ ซึ่งล้อรถเข็นเหล็กก็มีหลายชนิด เช่น ล้อรถเข็นเหล็กหล่อ, ล้อรถเข็นเหล็กอัดขึ้นรูป, ล้อรถเข็นเหล็กร่อง
- ล้อรถเข็นสแตนเลส จะมีผิวเรียบมันวาว มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถรับน้ำหนักได้มาก ต้านทานต่อการกัดกร่อนและสารเคมี เป็นวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อน ไม่เป็นสนิท เป็นวัสดุที่ถูกสุขอนามัยจึงเหมาะสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและยา อุปกรณ์ทางการแพทย์
4. การคำนวณความสามารถในการรับน้ำหนักของล้อรถเข็น
ล้อรถเข็นจะติดตั้งตามจุดต่าง ๆ ของยานพาหนะ เช่น มุมทั้ง 4 ด้านหรือตรงกลาง และยังมีหลายประเภทและหลายขนาด ความสามารถในการรับน้ำหนักย่อมมีความแตกต่างกัน และในบางครั้งการวางสิ่งของเพื่อเคลื่อนย้ายอาจจะไม่ได้วางไว้ตรงจุดศูนย์กลางเสมอไป การกระจายน้ำหนักของสิ่งของบนรถเข็นจึงมีการกระจายน้ำหนักอย่างไม่สม่ำเสมอ ล้อรถเข็นด้านใดด้านหนึ่งอาจมีการรับน้ำหนักที่มากเกินไปได้ ซึ่งการคำนวณความสามารถในการรับน้ำหนักของล้อรถเข็นจะช่วยค้นหาน้ำหนักที่เหมาะสมต่อการบรรทุกของล้อแต่ละขนาด น้ำหนักที่ปลอดภัยสำหรับในการเคลื่อนย้ายของรถเข็นจะอยู่ที่ 75% ของน้ำหนักสูงสุดที่รถเข็นรองรับได้
หลักการคำนวณ น้ำหนักที่ปลอดภัยในการใช้งาน = น้ำหนักที่รองรับได้ต่อล้อ x จำนวนล้อรถเข็น x 0.75
ตัวอย่างการคำนวณ รถเข็น 4 ล้อ ล้อรถเข็นแต่ละลูกสามารถรับน้ำหนักได้ 125 กิโลกรัม
น้ำหนักที่ปลอดภัยในการใช้งาน = 125 x 4 x 0.75
น้ำหนักที่ปลอดภัยในการใช้งาน = 375 กิโลกรัม
การเลือกล้อรถเข็นที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมมีหลายปัจจัยในการเลือกใช้งาน ทุกปัจจัยเป็นส่วนช่วยให้ล้อรถเข็นมีความแข็งแรง ความรวดเร็ว ความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้าย การเลือกล้อรถเข็นควรเลือกใช้งานให้สอดคล้องกับลักษณะงาน แต่ปัจจัยที่สำคัญที่จะทำให้การเคลื่อนย้ายสินค้ามีประสิทธิภาพคือการเลือกใช้วัสดุที่ผลิตล้อรถเข็นที่เหมาะสมกับประเภทของอุตสาหกรรม น้ำหนักที่ใช้ในการเคลื่อนย้าย และสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรม เพราะวัสดุที่ใช้ในการผลิตล้อรถเข็นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น อุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาดถูกสุขอนามัยก็ควรเลือกใช้ล้อรถเข็นที่ผลิตจากยาง, ยูรีเทน หรือสแตนเลส หากต้องการเคลื่อนย้ายสินค้าที่มีน้ำหนักมากก็ควรเลือกใช้ล้อเหล็ก, ล้อไนล่อนหากต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำ เปียกชื้น หรือมีสารเคมีในการผลิตก็ควรเลือกใช้ล้อไนล่อนหรือล้อยางสังเคราะห์ เป็นต้น
Jenstore by Jenbunjerd จำหน่ายอุปกรณ์สำหรับงานอุตสาหกรรม ล้อรถเข็นอุตสาหกรรม เช่น ล้อยาง, ล้อยูรีเทน, ล้อไนล่อน ฯลฯ ผลิตด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง ใส่ใจทุกขั้นตอนในการผลิต แข็งแรงและทนทานหมดปัญหาเรื่องยางแตก มีมาตรฐานและคุ้มค่าคุ้มราคา ยินดีให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในทุกขั้นตอนพร้อมการรับประกันสินค้าเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะรับบริการและสินค้าที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดจาก Jenstore
สนใจสินค้าติดต่อเรา
Website : https://www.jenstore.com (Live Chat)
ฝ่ายขาย : 02-096-9999 (200 คู่สาย)
Email : cataloguesale@jenbunjerd.com
บริการลูกค้า : 02-096-9898 ext 3102-3103
Email : cs1@jenbunjerd.com
LINE Official Account: @jenstore
Facebook : เจนสโตร์ - JenStore by Jenbunjerd